Cafe Latte Art : Bluecup

posted on 08 Jul 2008 22:13 by natsumegumi

วันนี้ไปเซนทรัลพระราม 2 เพื่อที่จะหาข้าวกิน พะเอิญว่าอยากดื่มกาแฟ แล้วด้วยจังหวะพอดีที่เดินผ่าน
ร้าน S&B ก็เลยนึกถึงร้าน Bluecup แล้วก็นึกถึงคุณปุ้ม สิริทัย รังจันทึก แชมป์บาริสต้าของไทย

แต่ผมก็ไม่ทราบนะว่าเธออยู่สาขาไหนแต่ก็ได้สัดสินใจเข้าไปใน S&P เดินเข้าไปจนถึงเคาท์เตอร์กาแฟ
เห็นผู้หญิงคนนึง หน้าตาคุ้นมาก เอ .. จำ(ผิด)ได้ว่าเธอไม่ได้อยู่สาขานี้นี่ แต่ในใจตอนนั้น เอ่อ .. ช่างเถอะ

หลังจากนั้นก็หาโต๊ะนั่ง สรุปก็เลือกโต๊ะในสุด เพราะจะได้เห็นบาริสต้าชัดๆ ยิ่งมองยิ่งเดาว่าใช่
จนบริกรยื่นเมนูมาให้ ผมก็เปิดเมนูเครื่องดื่มก่อนเลย ซึ่งหน้าแรกก็โชว์รางวัลต่างๆ ซึ่ง!! 
อ่านสาขาที่วงเล็บไว้หลังชื่อนั่นคือ สาขาเซนทรัลพระราม 2
เห้ย ! คนตรงหน้าเราเลยนิหว่า เห้ย ! งั้นก็ถูกแล้วดิ ถึงว่าคุ้นมาก (เห็นในนิตยาสารอาหาร)

แต่ก็สั่งอาหารก่อน เครื่องดื่มที่ผมสั่งเป็นชาสูตรโบราณจากคำแนะนำของบริกร (ชานมประมานนั้น) 

จากฝีมือของคุณปุ้มเค้าล่ะ (เพราะมองอยู่) อร่อยดีนะครับ ไม่หวานเลี่ยน ที่สำคัญยังได้รสของชาชัดเจนอีกด้วย
ที่เหลือก็อาหารครับ แต่ขอข้ามละกัน

หลังจากทานอาหารเสร็จก็ .. กาแฟ !! 

แต่กาแฟที่น่าสั่งที่สุดคงไม่ใช่แค่เอสเพรสโซ่ธรรมดา มันก็ไม่พ้น Cafe Latte !!
ตอนที่สั่งกับบริกร บริกรถามกลับมาอีกว่า จะรับเป้นลายไหนด้วย.. ว๊าว~

ในตอนนั้นในหัวมันมีแค่ลายทั่วไปๆ เลยบอกไปว่า "ลายอะไรก็ได้ครับที่เค้า(คุณปุ้ม)อยากจะทำ"
หลังจากนั้นสักครู่หนึ่ง กาแฟก็ถูกเสริฟข้างหน้าผม และมันก็เป็นรูปนี้ ..

โอ้ว .. อย่างที่คิดเลยว่า ถ้าขอเป็นลายอะไรก็ได้เนี่ย คงไม่ทำแบบง่ายๆทั่วไปๆมาแน่
และก็อย่างที่คิดครับ งามจริงๆ ถ่ายอยู่นาน(ถ้าใช้กล้อง DSLR คงนานกว่านี้)

 

หลังจากแชะๆด้วยกล้องห่วยๆอยู่ครู่หนึ่ง .. ก็ถึงเวลาอันน่ารื่นรมณ์ ..

ถือถ้วยขึ้นมา สูดกลิ่นกาแฟอันหอมหวน ชวนฝัน (ภาพในตอนนั้นเหมือนคนดมกาว
ผมดื่มกาแฟนี่เหมือนดื่มไวน์ ดีไม่มีแกว่ง 55+ จนคุณปุ้มเดินผ่านแล้วหันมามองด้วย
แล้วคงคิดในใจ "ขนาดนั้นเลยเรอะ "  หลังจากดู ดม อยู่ไม่นานนัก ก็จิบละครับ ..
โอ้ว .. อร่อยโคตร (ของผมจะดื่มแบบไม่ผสมนะครับ) เมื่อวานก็เพิ่งดื่มของ BCY
แต่ต่างกันแบบเห็นได้ชัด ผมก็ดื่มทั้งแบบนั้นเลยครับ จนหมด รูปหงส์ยังอยู่เลย ฮ่ะๆๆ

สุดยอดจริงๆ .. จริงๆแล้วว่าจะเข้าไปคุยกะคุณปุ้มเค้าสะหน่อย แต่ไม่ดีกว่า ไว้คราวหน้า
เพราะมันก็ใกล้บ้านผม ไปเมื่อไรก็ได้ (ถ้าบรรยากาศร้านดีๆนะ ผมไปทุกวัน)อ่านหนังสือ จิบกาแฟ

 

 

Perfect !

 

 

ปล. โดน โดน โดนนนนนน

 

 

วันนี้จะมาแนะนำขนมที่ชอบที่สุดที่มีขายในร้าน Goodies ของโรงแรมบันยันทรีกรุงเทพฯครับผม
นั้นคือ "พายหมูแดง" หรือ "Pork Pie" นั่นเอง
พายหมูแดงนี้จริงๆแล้วนำมาจากห้องอาหารจีนของโรงแรมที่ชื่อ Bai Yun ครับ เป็น 1 ใน 4 ติ่มซำที่นำลงมาขายที่ Goodies
พายหมูแดงนี้อบใหม่ทุกวันนะครับ และแน่นอนว่าที่นำมาขายใน Goodies นั้นก็มาใหม่จากเตาเช่นกัน
ส่วนราคาที่ขายที่ร้าน Goodies นั้น อยู่ที่ 30 บาท/ 1 ลูก ซึ่งที่ห้องอาหาร Bai Yun นั้นขายแพงกว่านี้แถมมี++
แต่ที่ Bai Yun มีก็สามารถไปรับประทานบุฟเฟ่ย์ติ่มซำได้ในราคาประมาน 700-800++ ในมื้อกลางวัน
ใส้ข้างในนี่แน่นเต็มลูก ที่สำคัญอร่อยมากๆครับ หอม หวาน มัน และนุ่มด้วย ทาง Goodies จะพิกอัพ
มาจากห้องอาหาร Bai Yun ประมาน 11 โมงเช้าครับ ซึ่งติ่มซำที่พิกอัพลงมานั้นก็มี พายหมูแดง
ทาร์ทไข่ ซาลาเปาหมูแดง และ ซาลาเปาไส้ครัสตราดราคาก็อยู่ที่ประมาน 30 บาทต่อลูก
(อีกชิ้นไปไหน ! .. อ่อ กินไปแล้ว ) พายหมูแดงเป็นติ่มซำที่ขายดีที่สุดของ Goodies ครับ
ราคาโรงแรมครับ อย่าคิดมาก แต่มาลองสิ อร่อยจริงๆ .. งั้นมาดูที่ตั้งของโรงแรมเลยดีกว่า ~
Map :
เดินทางง่ายๆด้วย MRT ขึ้นที่สถานี ลุมพินี แล้วเดินตามถนนสาธรไปเรื่อยๆก็จะเจอ
ไม่ก็ทาง BTS ลงศาลาแดง เดิน/มอไซด์รับจ้าง มทะลุซอยศาลาแดงมาแล้วเดินข้าม
ถนนนิดหน่อย
ส่วนรถที่วิ่งผ่านผมไม่แน่ใจนะครับ มี 17, 173, 62 แล้วอะไรอีกจำไมไ่ด้แล้ว
ปล. เข้าแค่อาคารไทวา 1 นะครับ(ตึกหน้า) Goodies จะเป็นร้านสีส้มๆครับ

edit @ 7 Jul 2008 17:57:14 by Natsu! Project

พาเที่ยวโรงแรม Banyan Tree BKK

posted on 06 Jul 2008 22:39 by natsumegumi

โรงแรมบันยันทรี, กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ที่ถนนสาธรใต้ติดกับโรงแีรมสุโขทัยและเทโทรโพลิแทน ตัวตึกนั้นชื่อว่า Tai Wah
(ไทวา 2) โดยอาคารไทวา1นั้น เป็นอาคารพาณิชย์ โรงแรมบันยันทรีนั้นเจ้าของเป็นชาวสิงคโปร์ชื่อ Ho Kwon Ping (executive chairman) หรือที่หลายๆคนเรียกกันว่า K.P. Ho โรงแรมแรกในเครือ Banyan Tree Holdings Limited นั้น  
ที่แรกคืิอ Banyan Tree Phuket นอกนั้นขอข้ามนะครับ

 

ผมขอแนะนำในส่วนของร้านอาหารก่อนดีกว่า 

 

ขอไล่ขึ้นไปละกันครับ เริ่มจาก Coffee Shop ที่ชื่อว่้า Rom Sai (ร่มไทร) เป็น All Day International Cuisineครับ มีทั้งบุฟเฟย์และแบบ A la carte (ตามสั่งจากเมนู) รวมถึง Set Menu 

ห้องอาหารร่มไทรนั้นตั้งอยู่ที่ชั้น G (ใต้ล็อบบี้) แต่ตอนนี้กำลัง Revanuate อยู่ (ไปทานที่ Club Lounge แทน) เปิดบริการช่วง 6 โมงเช้าถึง 5 ทุ่มของทุกวันครับ

 

 


ต่อมาก็เป็น Saffron (Thai Cuisine)

ซัฟฟร่อนห้องอาหารไทย ตั้งอยู่บนชั้น 51 และ 52 ของโรงแรม แถมที่นี่ยังมีบาร์ชื่อ Latitude อีกด้วย(ในช่องกลางตึกของภาพบนครับ) ผมไม่ค่อยจะทรายรายละเอียดของที่นี่ครับ ขออภัยๆ

เปิดบริการทุกวันช่วงกลางวัน 11.30am - 2.30pm และมื้อ Dinner 6pm-11pm ครับ
ผู้จัดการร้านกวนดีครับ 55+(กวนกันเองนะครับ ไมไ่ด้กวนกับแขก) เพิ่งย้ายลงมาจาก Vertigo


มาต่อที่อาหารญี่ปุ่น Taihei
ร้านนี้ยิ่งแล้วใหญ่เลยครับ ไม่ทราบอะไรเลย ตั้งอยู่ที่ชั้น 53 วันไหนฝนตก คนก็จะแห่จากซัฟฟร่อนมาที่นี่ครับ 55+ ที่นี่มีเทปันยากิด้วยครับ All You Can Eat Tepanyaki อะไรเนี่ยแหละ 

Lunch: 12pm - 2:30pm
Dinner: 6pm - 11pm

 

 

Pier59 เป็นห้องอาหาร Fine Dining ที่บริการอาหาร Seafood และยังเป็นห้องอาหารที่หรูที่สุดอีกด้วย บาร์เทนดี้เคยอยู่ซีร็อคโค่มาก่อน ดูเท่สุดๆ เมเนเจอร์ที่นี่เป้นชาวต่างชาติชื่อ สเตบัสเตียน เชฟชื่อเดวิดมั้งไม่แน่ใจ
แต่ที่นี่มักจะเป็นที่ที่คนรักไวน์ชอบมาทานกัน รวมถงไวน์ที่มีในเพียร์59นั้นก็เป้นไวน์คุณภาพดีๆกว่า 300 ตัว ที่นี่มีห้องส่วนตัว 3 ห้องด้วยกันร้านตั้งอยู่บนชั้น 59 ตามชื่อเลยครับ เปิดบริการ 6 โมงเย็น ถึง ตี1 (แต่ทำไมผมเห็นเดี๋ยวมีเบรคฟาส เดี๋ยวมีลั๊นช์ก็ไม่รู้ )

 

ต่อมาก็เป็นห้องอาหารจีนไบยุ่น Bai Yun ห้องอาหาร Nouvelle Chinese cuisine มีห้องส่วนตัว 1 ห้อง ร้านนี้ขึ้นชื่อมาก มักจะมีงานฟังค์ชั่นอยู่บ่อยๆอีกด้วย ตั้งอยู่บนชั้น 60 ครับ วันใดฝนตก ที่นี่ก็รับเละครับ(แขกย้ายมาจาก Vertigo) รวมถึง Pier59 ก็โดนครับ ตอนกลางวันมีบุฟเฟย์ติ่มซำด้วยครับ ขอบอกว่าอาหย่อยๆๆๆๆ

Lunch: 11.30am - 2.30pm (Sundays: 11am - 2.30pm)
Dinner: 6.30 - 10.30pm

 

 

ต่อมาเป้นร้านที่ผมคลุกคลีมกับมันอยู่ 2 เดือนครับ Vertigo Grill & Moon Bar เพื่อนๆจะได้เห็นวิวทิวทัศน์กรุงเทพฯ
แบบ 360 องศา ได้เลยทีเดียว และห้องอาหารนี้ยังเป้นแบบ open air อีกด้วย ที่นี่แบ่งเป้น 4 สเตชั่นหลักๆครับ ที่แรกคือ


เนปจูน - เป็นแอเรียที่ผมยกให้ว่าโรแมนติกที่สุดและบรรยากาศดีที่สุดด้วยครับ (เคยทำตรงนี้)
สเตจ - มี 5 โต๊ะด้วยกัน เป็นจุดที่ค่อนข้างจะส่วนตัวมาก แต่วิวก็ไม่โอเคเท่าไรครับ แต่บริการได้แบบทั่วถึงครับ
บาร์เด็ก() - ในภาพก็อยู่ด้าน่างนั่นแหละครับ ส่วนมกาจะมีฟังค์ชั่นเล็กๆ จุดนี้โอเคดีตรงโต๊ะทางขวาของภาพ              อะ ลา คาร์ท - มืด เสียงดัง วุ่นวาย ไม่ชอบเลยสำหรับผม คนเดินผ่านบ่อย เพราะแขกจะเดินไปมูนบาร์ครับ

ต่อมาเป้นส่วนของมูนบาร์ 
สกาย บริช - ส่วนนี้สามารถสูบบุหรี่ได้ครับ น่านั่งนะ แต่เหม็นบุหรี่ และลมจะเครื่องแอร์(เรียกไม่ถูก)มันร้อนๆแล้วอยู่ตรงนั้นพอดี
มูนบาร์ - ตอนช่วงเริ่มเปิดนี่สบายมากครับ ดูพระอาทิตย์ตกสวยเลย แต่มืดเมื่อไร คนนี่ยังกะมด

ผมขอพาเที่ยวแค่นี้ละกันครับ ถ้าจะให้ลึกกว่านี้ก็ได้อยู่ แต่เวลาไม่พอซะละ ง่วง

ขนมปังไส้ไก่เทอริยากิ !

posted on 06 Jul 2008 20:55 by natsumegumi

วันนี้ก็เข้า 7-11 เหมือนกับทุกๆวัน พอดีหันไปเห็น เทอริยากิบันตรงชั้นขายขนมปัง ก็เลยเสี่ยงตายลองมาชิมสักห่อนึง

หน้าตาของมันก็เป็นดังนี้แหละ  .. เรามาดูกันต่อดีกว่า ~

อืม .. หวังว่ามันจะอร่อยนะ เห็นว่าออกใหม่

เอ้า~ ยิ้มหน่อย * แช๊ะ!

แหวกมันดูข้างใีนดีกว่า หึหึ

 อืม .. ไม่อร่อยแน่ ..

 

หลังจากนั้นก็ลองกิน ........  เอิ่ม ..
ตามคาดเลย 

ห่อละ 22 บาท มี 6 ลูก หาซื้อได้ที่ 7-11 เด้อ

วู้วววว นาฬิกาใหม่ !

posted on 02 Jul 2008 12:10 by natsumegumi

ซื้อนาฬิกาใหม่มาแล้ววววว หลังจากนาฬิกายี่ห้อ Swatch(เถื่อน) เจ๊งไป ก็เลยไปถอยนาฬิกา ellesse(แท้แล้ว) มาใหม่ เหตุผลที่เลือกยี่ห้อนี้เพราะเจโชว์เป็นพรีเซนเตอร์ .. ไม่ใช่ละๆ

เพราะมันดูหรูหรา เท่ มีสไตล์ แบรนด์นี้เป็นของอิตาลี่ แต่ผลิตที่สวิสเซอร์แลนด์ดินแดนในฝัน
ราคาก็นะ 6100 บาท แต่ลดอีก 10% เหลือเท่าไรลองกดเครื่องคิดเลขกันดู หลังจากซื้อมาก็เอามาถ่ายรูปซะเลย

 

วันพฤหัส-เสาร์ก็มีแต่เรื่องกินๆ วันพฤหัสอาจไป Kakao วันศุกร์ไปกินอะไรไม่รู้ที่โรงแรมนารายณ์ วันเสาร์อาจจะไป Sweet Cafe ตรงถนนสาธร

Foodstylist Challenge Project 3 2008 !

posted on 01 Jun 2008 16:14 by natsumegumi
 

ใกล้เข้ามาแล้วกับ โครงการ FOODSTYLIST CHALLENGE PROJECT 3 - 2008 โครงการดีๆ สำหรับน้องๆ นิสิต นักศึกษาจากทุกสถาบันที่จะมาใช้ความรู้ ระเบิดไอเดียเก๋ พร้อมโชว์ความสามารถของคุณบนเวทีอย่างมืออาชีพ

เริ่มรับสมัครเดือนมิถุนายน - กรกฎาคมน่ะจ๊ะ

ใครที่สนใจอย่าลืมอัพเดทรายละเอียดกิจกรรมได้ที่เว็บไซด์ www.foodstylist.co.th
 
 
 
---------------- 
 
หลังจา่กรอมา 1 ปี ก็ถึงเวลาแล้วสำหรับงานนี้ ซึ่งธีมของปีนี้คือ "Asian Cuisine Fusion" ถึงจะติดปัญหาเกี่ยวกับธีมในครั้งนี้นิืดหน่อย แต่ก็จะเต็มที่กับมัน